เมื่อ E-Commerce โดดเข้ายุค Web 2.0
posted on 27 Nov 2007 11:37 by coffeemear
เมื่อโลกของอินเทอร์เน็ตก้าวเข้าสู่ยุคของ "เวบ 2.0" หรือยุคที่ผู้ใช้เข้ามามีบทบาทของเวบไซต์มากขึ้น และยุคที่เทคโนโลยีในการพัฒนาเวบมีการเปลี่ยนแปลงไป เข้าสู่เทคโนโลยี XML, AJAX, TAG ซึ่งทำให้วงการเวบไซต์มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด
เช่นเดียวกันกับวงการอี-คอมเมิร์ซ ก็มีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเองเข้าสู่โลกของเวบ 2.0 เช่นเดียวกัน เรื่องนี้อาจมองได้ในหลายๆ มุมมองของการปรับตัว ทั้งในด้านเทคโนโลยี ด้านโมเดลทางธุรกิจ หรือแม้แต่คอนเซปต์การตลาดที่เปลี่ยนแปลงและปรับตัวเองที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่งเลยทีเดียว
อย่างที่เกริ่นมาตอนต้น การพัฒนาเวบไซต์ในยุคเวบ 2.0 ซึ่งหัวข้อนี้ ผมขอพูดถึงเชิงเทคนิคนิดหนึ่งนะครับ โดยรูปแบบเวบไซต์อี-คอมเมิร์ซในยุคนี้ เริ่มมีการนำเทคโนโลยี AJAX (Asynchronous JavaScript and XML) ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีจาวาสคริปท์มาใช้ร่วมกับ XML ซึ่งจะช่วยทำให้การแสดงผลของเวบไซต์ มีความหลากหลาย น่าสนใจ และตอบสนองผู้ใช้มากขึ้น เช่น เวบของ Amazon.com ได้นำมาใช้เพื่อช่วยในการนำเสนอข้อมูลสินค้าภายในเวบไซต์ให้น่าสนใจมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยี RSS เข้ามาใช้ในการกระจายข้อมูลสินค้า และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ภายในเวบไซต์ ให้สามารถกระจายออกไปยังเวบไซต์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างสะดวกและแม่นยำ
หลายๆ เวบไซต์ เริ่มมีการสร้างความสัมพันธ์ของสินค้าภายในร้านค้า กับ "TAG" หรือ "คีย์เวิร์ด" เพื่อช่วยสร้างความต่อเนื่องของการเลือกซื้อสินค้า ซึ่ง TAG คือ การนำคีย์เวิร์ด หรือคำสำคัญที่จะมาร่วมกับการอธิบายสินค้า โดยสร้างความเกี่ยวโยงกับสินค้าหรือข้อมูลประเภทเดียวกันผ่าน TAG
การใช้เทคโนโลยีนี้ ยังจะช่วยทำให้เวบไซต์เป็นมิตรกับระบบเสิร์ช เอ็นจินอย่างแนบเนียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยนำคนและลูกค้าเข้าสู่เวบไซต์ผ่านการค้นหาจากเสิร์ช เอ็นจินได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับการนำเวบไซต์ของตัวเองเปิดเข้าสู่โลกของ "โซเชียล บุ๊คมาร์ค" คืออีกหนทางหนึ่งในการที่จะช่วยทำให้สินค้าภายในเวบไซต์ สามารถเข้าไปอยู่ในโลกของผู้ที่เข้ามาในเวบไซต์ ผ่านบริการบุ๊คมาร์ค เวบไซต์ผ่านทางออนไลน์ต่างๆ
บริการโซเชียล บุ๊คมาร์ค คือ บริการรับฝากเก็บบันทึกชื่อเวบไซต์ผ่านทางออนไลน์ โดยผู้ใช้สามารถเก็บรายการเวบไซต์ที่ตัวเองต้องการได้จากทุกแห่งทั่วโลกผ่านเวบไซต์
นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งให้กับคนอื่นๆ ดูได้เช่นกัน โดยมีผู้ที่ให้บริการที่โด่งดัง เช่น www.del.icio.us www.digg.com ดังนั้นการนำบริการของเวบไซต์ต่างๆ เหล่านี้ เข้าไปเชื่อมกับเวบไซต์ของตัวเอง จึงเป็นรูปแบบที่เวบอี-คอมเมิร์ซ เริ่มนำมาใช้ร่วมกับเวบไซต์ของตน
ตอนนี้บริการของเวบไซต์หลายๆ แห่ง สามารถนำมาใช้ร่วมกับเวบไซต์อื่นๆ ได้อย่างแนบเนียน และยังสามารถช่วยทำให้บริการเวบไซต์นั้นๆ สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เช่น บริการกูเกิล แมพ ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับเวบไซต์ต่างๆ โดยจะช่วยสามารถระบุตำแหน่งแผนที่ของร้านค้าผ่านบริการนี้ได้อย่างง่ายดาย
ทั้งยังมีบริการวิดีโอ ออนไลน์ หรือแกลลอรีภาพออนไลน์ ที่ตอนนี้มีหลายๆ ร้านค้านำเสนอสินค้า เป็นรูปแบบของวิดีโอภาพและเสียง ซึ่งตอนนี้มีผู้ให้บริการลักษณะนี้มากมาย เช่น YouTube.com Slide.com เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีอีกหลายๆ อย่างที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการทำให้เวบไซต์อี-คอมเมิร์ซ เริ่มพัฒนาเข้าสู่เวบ 2.0 มากขึ้น สำหรับสัปดาห์หน้า เรามาดูกันว่านอกเหนือจากเทคโนโลยีในเวบยุค 2.0 เราลองมาดูในแง่ของโมเดลทางธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงคอนเซปต์กันครับ....
Ref link: http://www.bangkokbizweek.com/20071104/itfor/index.php?news=column_25116695.html
เช่นเดียวกันกับวงการอี-คอมเมิร์ซ ก็มีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเองเข้าสู่โลกของเวบ 2.0 เช่นเดียวกัน เรื่องนี้อาจมองได้ในหลายๆ มุมมองของการปรับตัว ทั้งในด้านเทคโนโลยี ด้านโมเดลทางธุรกิจ หรือแม้แต่คอนเซปต์การตลาดที่เปลี่ยนแปลงและปรับตัวเองที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่งเลยทีเดียว
อย่างที่เกริ่นมาตอนต้น การพัฒนาเวบไซต์ในยุคเวบ 2.0 ซึ่งหัวข้อนี้ ผมขอพูดถึงเชิงเทคนิคนิดหนึ่งนะครับ โดยรูปแบบเวบไซต์อี-คอมเมิร์ซในยุคนี้ เริ่มมีการนำเทคโนโลยี AJAX (Asynchronous JavaScript and XML) ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีจาวาสคริปท์มาใช้ร่วมกับ XML ซึ่งจะช่วยทำให้การแสดงผลของเวบไซต์ มีความหลากหลาย น่าสนใจ และตอบสนองผู้ใช้มากขึ้น เช่น เวบของ Amazon.com ได้นำมาใช้เพื่อช่วยในการนำเสนอข้อมูลสินค้าภายในเวบไซต์ให้น่าสนใจมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยี RSS เข้ามาใช้ในการกระจายข้อมูลสินค้า และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ภายในเวบไซต์ ให้สามารถกระจายออกไปยังเวบไซต์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างสะดวกและแม่นยำ
หลายๆ เวบไซต์ เริ่มมีการสร้างความสัมพันธ์ของสินค้าภายในร้านค้า กับ "TAG" หรือ "คีย์เวิร์ด" เพื่อช่วยสร้างความต่อเนื่องของการเลือกซื้อสินค้า ซึ่ง TAG คือ การนำคีย์เวิร์ด หรือคำสำคัญที่จะมาร่วมกับการอธิบายสินค้า โดยสร้างความเกี่ยวโยงกับสินค้าหรือข้อมูลประเภทเดียวกันผ่าน TAG
การใช้เทคโนโลยีนี้ ยังจะช่วยทำให้เวบไซต์เป็นมิตรกับระบบเสิร์ช เอ็นจินอย่างแนบเนียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยนำคนและลูกค้าเข้าสู่เวบไซต์ผ่านการค้นหาจากเสิร์ช เอ็นจินได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับการนำเวบไซต์ของตัวเองเปิดเข้าสู่โลกของ "โซเชียล บุ๊คมาร์ค" คืออีกหนทางหนึ่งในการที่จะช่วยทำให้สินค้าภายในเวบไซต์ สามารถเข้าไปอยู่ในโลกของผู้ที่เข้ามาในเวบไซต์ ผ่านบริการบุ๊คมาร์ค เวบไซต์ผ่านทางออนไลน์ต่างๆ
บริการโซเชียล บุ๊คมาร์ค คือ บริการรับฝากเก็บบันทึกชื่อเวบไซต์ผ่านทางออนไลน์ โดยผู้ใช้สามารถเก็บรายการเวบไซต์ที่ตัวเองต้องการได้จากทุกแห่งทั่วโลกผ่านเวบไซต์
นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งให้กับคนอื่นๆ ดูได้เช่นกัน โดยมีผู้ที่ให้บริการที่โด่งดัง เช่น www.del.icio.us www.digg.com ดังนั้นการนำบริการของเวบไซต์ต่างๆ เหล่านี้ เข้าไปเชื่อมกับเวบไซต์ของตัวเอง จึงเป็นรูปแบบที่เวบอี-คอมเมิร์ซ เริ่มนำมาใช้ร่วมกับเวบไซต์ของตน
ตอนนี้บริการของเวบไซต์หลายๆ แห่ง สามารถนำมาใช้ร่วมกับเวบไซต์อื่นๆ ได้อย่างแนบเนียน และยังสามารถช่วยทำให้บริการเวบไซต์นั้นๆ สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เช่น บริการกูเกิล แมพ ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับเวบไซต์ต่างๆ โดยจะช่วยสามารถระบุตำแหน่งแผนที่ของร้านค้าผ่านบริการนี้ได้อย่างง่ายดาย
ทั้งยังมีบริการวิดีโอ ออนไลน์ หรือแกลลอรีภาพออนไลน์ ที่ตอนนี้มีหลายๆ ร้านค้านำเสนอสินค้า เป็นรูปแบบของวิดีโอภาพและเสียง ซึ่งตอนนี้มีผู้ให้บริการลักษณะนี้มากมาย เช่น YouTube.com Slide.com เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีอีกหลายๆ อย่างที่เข้ามามีส่วนสำคัญในการทำให้เวบไซต์อี-คอมเมิร์ซ เริ่มพัฒนาเข้าสู่เวบ 2.0 มากขึ้น สำหรับสัปดาห์หน้า เรามาดูกันว่านอกเหนือจากเทคโนโลยีในเวบยุค 2.0 เราลองมาดูในแง่ของโมเดลทางธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงคอนเซปต์กันครับ....
Ref link: http://www.bangkokbizweek.com/20071104/itfor/index.php?news=column_25116695.html
Tags: commerce, web21 Comments
ผมเองก็กำลังศึกษา Web 2.0 อยู่เหมือนกัน
#1 By หุ่นดีกันเถอะ on 2007-11-27 11:58